ห่างหายไปนานกับการ review กระเป๋า ได้ฤกษ์งามยามป่วย หาเวลาและข้ออ้างในการ review จนได้ กับกระเป๋าที่ซื้อมานาน Timbuk2 Phoenix Backpack กระเป๋าสะพายหลังที่ใช้ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะมีของน้อยหรือเยอะก็ยัดลงไปได้อย่างลงตัว

ขอเริ่มต้นด้วย VDO ก่อนเลย จะได้ฟังผมบ่นแล้วนึกภาพออก
หรือจะดู VDO แล้วปิดหน้านี้ไปเลยไม่อ่าน review ก็ตามสะดวก Y-Y)

ยี้ห้อ Timbuk2 เป็นยี้ห้อที่เน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้จักรยาน รู้สึกหลังๆ จะเห็นคนรอบตัวผม เล่นจักรยานกันมากขึ้น จริงๆเรื่องนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับการซื้อกระเป๋าหรอกนะ เป็นข้อสังเกตเท่านั้นเอง :)
ว่ากันด้วยสาระเกี่ยวกับกระเป๋าดีกว่า ใบนี้ใช้มาแล้วประมาณ 4 เดือน เหตุผลที่เลือกใบนี้เพราะว่ามีช่องเก็บโน็ตบุ้คซึ่งจะต้องติดตัวผมไปไหนมาไหนทุกวัน ด้วยเหตุของการงาน และหน้าตาที่ต่างจากกระเป๋า Backpack แบบอื่นๆ ตรงฝาเปิดด้านบน ที่ไม่ใช่ซิบแบบกระเป๋าอื่นในตลาด เรียกว่าไม่โหลนั้นแหละครับ เจ้า MBP 15″ ไม่ใช่ว่าจะหากระเป๋าใส่ยากอะไร แต่ที่อยากได้คือใส่ของอย่างอื่นๆ ได้เยอะด้วย สำหรับวันที่ต้องขนของจริงๆ และสิ่งที่ตามมาคือ แล้ววันที่ขนของน้อยหละ ก็ต้องเปลี่ยนกระเป๋าหนะซิ …สิ่งที่สะดุดตาของเจ้านี้อีกอย่างคือ ช่องเปิดด้านข้างที่อยู่ด้านเดียวกันทั้งหมด (หากสะพายอยู่หลังก็จะอยู่ด้านขวามือ)

ขนาด : 31.5 x 54.1 x 21 เซนติเมตร
วัสดุ : ไนลอน
น้ำหนัก : 1.2 กก.
ความจุ : สูงสุด 36 ลิตร
สี : ดำเทา, น้ำเงินเทา ,แดงเทา , เขียวลายกราฟฟิก ฯลฯ

จุดนี้เป็นข้อเด่นของ Phoenix Backpack เลย การที่มีช่องเปิดจากด้านขวา ไม่ว่าจะเป็นซิบยาวลากจากบนจนเกือบสุดส่วนล่างของกระเป๋า ทำให้การเข้าถึงช่องใหญ่ ที่บรรจุของทุกอย่าง เป็นไปได้ง่าย เพียงปลดสายสะพายซ้ายแล้วเหวี่ยงกระเป๋ามาด้านหน้าก็รูดซิบเปิดกระเป๋า หยิบของได้แล้ว ซิบของช่องโน๊ตบุ้คและช่องเล็กสำหรับของจุกจิก ก็อยู่ด้านขวาเช่นเดียวกัน คือหากคุณถนัดที่จะเหวี่ยงกระเป๋ามาด้านนั้นอยู่แล้วก็จะใช้มันได้อย่างมีความสุขเลยทีเดียว ส่วนผมไม่ค่อยถนัดในตอนแรก แต่ใช้มาจนมัน(บังคับ)ชินแล้ว

จุดเด่นรองลงมา คือ สายรัดกระเป๋าด้านล่าง ที่ครั้งแรกผมมองไม่เห็นประโยชน์เลย เพราะคิอว่าซื้อใบนี้มาใส่ของวันที่ต้องขนแบบจุๆ แต่หลังจากใช้งานจริงพบว่ามันแหล่มมากครับ แหล่มตอนที่เราพกของไปน้อย อย่างเช่น วันที่พกโน็ตบุ้คอบ่างเดียว ก็จะมีเพียงปลั้กไฟกับสายโน้นนี้นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งโน๊ตบุ้คก็มีที่ของมันอยู่แล้ว คือ ด้านหลังสุด (ติดกับหลังของเรา) กระเป๋าใบอื่นๆ ก็จะคงรูปทรงใหญ่ๆ ของมันอยู่ หรือไม่ก็ย้วยๆ ลงไปเพราะไม่มีอะไรมาดัน แต่เจ้าสายรัด 2 เส้นด้านล่างมาเพื่อแก้ปัญหานี้ิครับ หากคุณไม่พกอะไรในช่องหลัก ก็รูดสายซะเลย กระเป๋ากะจะแบนแนบลงไปโดยไม่ย้วยห้อยไปพัดคนอื่นเวลาสะบัดกระเป๋า ^^) แหล่มไหมหละ

ไม่ใช่เพียงแค่สายรัดที่รูดแล้วทำให้กระเป๋ายังสวย แต่เป็นการออกแบบที่รับกันของฝาปิดด้านบน ที่เป็นบานพับฝาปิด ที่ทำให้มีความยิดหยุ่นในการใช้งานไม่ว่าจะใส่ของน้อย ก็จะเรียบลงไป และเมื่อใส่ของเยอะก็ยังสามารถปิดฝาอยู่ได้ ตัวล็อคใหญ่ด้านบนช่วยในจุดนี้ได้มาก เมื่อเราต้องใส่ของที่มหญ่เกินฝาจะเปิดลงได้ ก็ใช้ตัวล็อคที่สายรัดใหญ่ด้านหน้ารั้งมันไว้ได้ทั้งหมด

ส่วนอื่นที่ประทับใจอย่างเช่น ช่องใส่โน๊ตบุ้คที่มีการบุไม่หนาเกินไป แต่ใช้วัสดุที่ดี ใส่ได้ถึง 17″ สบายๆ ตัวลัดของด้านหน้า 2 อันที่อยู่ใต้ตีนตุ๊กแก ประโยชน์ที่เขาบอกมา คือ เอาไว้รัดสายหมวกกันน็อคเพื่อพกพา หรือหูฟังก็ได้ (ผมไม่เคยได้ใช้เลยแหะ) ช่องด้านบนสุดบนฝาพับยาวตลอดแนวขวางของกระเป๋า เก็บของที่เข้าถึงง่ายและไม่ค่อยหาย ด้านข้างซ้ายมีช่องที่พอจะยัดขวดน้ำลงไปได้ ซึ่งจริงๆเข้าออกแบบไว้ใส่ตัวล็อคจักรยาน

สายสะพายเป็นอีกจุดที่สำคัญ ไม่ว่าจะดูภาพดูตัวอย่างเยอะแค่ไหนก็ไม่เท่าได้ทดลองใช้จริง ของเจ้านี้รับสรีระได้ดี ไม่หลุดจากไหลง่าย แต่ต้องปรับสายบ้าง หากใส่ของเยอะจริงๆ น้ำหนักของกระเป๋าไม่มากน่าจะเนื่องจากวัสดุที่เขาเลือก ทำให้ทั้งหมดสะพายได้สบายไม่ปวดหลังของเยอะของน้อยยังรู้สึกสะพายได้สบายพอๆ กัน


จุดหนึ่งที่ต้องติ คือ ส่วนของช่องใส่โน๊ตบุ้คด้านล่างไม่มีอะไรบุรองรับไว้เลย ก็เลยต้องระวังหากจะวางบนพื้นแรงๆ

สรุปผลการใช้กระเป๋าใบนี้ ผมว่ามัน Functional ดีมาก อาจไม่มีช่องแบ่งเยอะสำหรับบางคนที่ชอบกระเป๋าที่แบ่งช่อง แต่ช่องใหญ่ก็ใส่ได้จุจริงๆ ผมเคยใส่กล่องของกล้อง DSLR Nikon D7000 สามารถยัดลงไปได้ 2 กล่องเลยทีเดียว และแน่นอนว่าปิดฝาไม่ได้ครับ แต่สายรัดหลักเส้นใหญ่ได้หน้าก็พยุงไม่ให้มันหล่นออกมาได้ จนถึงวันที่ผมไม่ได้พกอะไรในกระเป๋าเลย นอกจากโน๊ตบุ้คและปลั๊กไฟ เรียกว่าใบเดียวอยู่
สำหรับคนที่บี่จักรยานก็น่าจะชอบเช่นกัน เพราะว่าสามารถสวิงมาหยิบของจากด้านข้างได้สะดวกดี แต่การสะพายขณะขี่น่าจะมีเหงือที่หลังอยู่บ้าง แต่คงไม่ถึงกับอับชื่นไม่ระบายเลย

เขียนมาถึงตรงนี้ก็นึกได้ถึงภาษีที่จ่ายไป …เห่ออออ
เดี๋ยวไว้หาโอกาสมาเล่าอีกทีแล้วกันครับ คนป่วยขอตัวไปนอนพักต่อนะครับ ^^)